บริษัทมหาชนหลายแห่งโร่ชี้แจง หลังมีชื่อเอี่ยว เฉิน จื้อ ประธานปรินซ์กรุ๊ป เจ้าพ่อสแกมเมอร์ระดับโลก
บริษัทมหาชนหลายแห่งโร่ชี้แจง หลังมีชื่อเอี่ยว เฉิน จื้อ ประธานปรินซ์กรุ๊ป เจ้าพ่อสแกมเมอร์ระดับโลกยืนยัน "ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง"
จากกรณีนายเฉิน จื้อ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “วินเซนต์” ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท Prince Holding Group (ปรินซ์กรุ๊ป) ผู้ที่ถูกตั้งข้อหาสมคบคิดฉ้อโกงทางโทรศัพท์ และฟอกเงิน โดยกลุ่มบริษัทดังกล่าวดำเนินธุรกิจหลอกลวงแรงงานและถูกคว่ำบาตรและยึดทรัพย์เกือบ 5 แสนล้านบาทจากสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ในข้อหาฉ้อโกงและค้ามนุษย์ในกัมพูชา ต่อมามีชื่อของ นายเฉิน จื้อ เกี่ยวข้องกับ 3 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ของไทย โดยล่าสุดทั้ง 3 บริษัทออกมาชี้แจง
โดยบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า กรณีตามที่ปรากฏข่าวสาร-ข้อมูลในสื่อต่างๆ ว่า Prince Holding Group ได้ลงทุนในบริษัทและโครงการต่างๆ ของเอสซีฯ รวมถึงมีการเชื่อมโยงระหว่างนายเฉินจื้อ และ Prince Holding Group กับบริษัทฯ นั้น
บริษัทฯ ขอเรียนชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าว เป็นข้อมูลเท็จทั้งหมด โดยบริษัทฯ ไม่เคยมีธุรกรรมใดๆ กับนายเฉินจื้อ และ Prince Holding Group รวมทั้งนายเฉินจื้อ และ Prince Holding Group ไม่ได้เป็นผู้ลงทุนของบริษัทฯ และโครงการใดๆ ของบริษัทฯ แต่อย่างใดที่ผ่านมา บริษัทฯ ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล ตลอดจนปฏิบัติตามกฎหมายทุกประการ บริษัทฯ จึงขอให้สื่อและประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริงดังกล่าวที่ถูกต้อง เพื่อมิให้เกิดความเข้าใจผิดและเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของบริษัทฯ
บริษัทฯ จะดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่เผยแพร่หรือกระทำการใดๆ อันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อบริษัทฯ อย่างถึงที่สุด
ด้านบริษัท ริชี่เพลซ 2002 จำกัด (มหาชน) ชี้แจงกรณีข่าวเชื่อมโยงกับ Mr. Neak Oknha Chen Zhi และ Prince Holding Group ตามที่ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อต่างๆ เกี่ยวกับการอ้างว่า Prince Holding Group มีการลงทุนในบริษัท ริชี่เพลซ 2002 จำกัด (มหาชน) หรือมีความเกี่ยวข้องกับบุคคลชื่อ Mr. Neak Oknha Chen Zhi นั้น
บริษัทฯ ขอเรียนให้ทราบว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง บริษัทฯ ไม่เคยมีการทำธุรกรรม การร่วมลงทุน หรือการถือหุ้นใดๆ ร่วมกับบุคคลหรือกลุ่มบริษัทที่ถูกกล่าวถึง รวมถึงไม่มีความเกี่ยวโยงในเชิงธุรกิจในทุกกรณี
บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาล โปร่งใส และปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้า นักลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย
ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการทางกฎหมายกับผู้เผยแพร่ หรือผู้ที่กระทำการใดๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของบริษัทฯ
บริษัทฯ ขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนและประชาชนทุกท่าน โปรดตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนเผยแพร่หรือส่งต่อ เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดและการกระจายข้อมูลอันเป็นเท็จ
บริษัทฯ ได้ตรวจสอบข้อมูลแล้ว ไม่พบข้อมูลในการทำธุรกรรมของชื่อบริษัทหรือบุคคลที่อ้างอิงในข่าว
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ขอให้ความมั่นใจว่า ขั้นตอนการทำธุรกรรมในทุกโครงการมีการตรวจสอบเอกสารต่างๆ ถูกต้องตามกฎหมาย
ส่วนประเด็นอาคารซิโน-ไทย ทาวเวอร์ ถูกเชื่อมโยงกับสแกมเมอร์ในการเช่าพื้นที่อาคาร ล่าสุด ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) (STECON) ได้ออกหนังสือชี้แจง โดยระบุว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวเผยแพร่เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2568 ในประเด็น “ปรินซ์กรุ๊ปโยงสแกมเมอร์ ใช้ที่อยู่ตึกซิโน-ไทย” นั้น
บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ขอเรียนชี้แจงว่า อาคารซิโน-ไทย ทาวเวอร์ เป็นอาคารสำนักงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของ บริษัท เอช ที อาร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของซิโน-ไทย ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ โดยให้บริการด้านการให้เช่า บริหาร และดูแลอาคารสำนักงาน
จากการตรวจสอบพบว่า บริษัท ปริ้นซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ตามที่ปรากฏชื่อในข่าว ได้มีการเช่าพื้นที่สำนักงานอยู่ ณ ชั้น 7 ของอาคารซิโน-ไทย ทาวเวอร์ โดยมีระยะเวลาเช่าตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 เพื่อดำเนินธุรกิจนายหน้าอสังหาริมทรัพย์
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2568 บริษัท ปริ้นซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้มีหนังสือชี้แจงในกรณีดังกล่าวเผยแพร่ออกมาแล้ว (อ้างอิงเอกสารแนบด้านล่าง)
โดยบริษัท ปริ้นซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ระบุว่า จากเนื้อหาข่าวที่เกี่ยวข้องกับ บริษัท ปริ้นซ์ โฮลดิ้ง กรุ๊ป อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเกี่ยวข้องกับบริษัทของเรา บริษัท ปริ้นซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ขอเรียนชี้แจงให้ทุกท่านทราบว่า บริษัทขอยืนยันว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับธุรกิจที่ผิดกฎหมายหรือการกระทำความผิดทุกรูปแบบ
ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้นำโครงการอสังหาริมทรัพย์ในประเทศกัมพูชามาทำการตลาดเพื่อนำเสนอให้แก่ลูกค้าชาวไทย แต่ได้ยุติการทำตลาดและการขายตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 เนื่องจากโครงการอสังหาริมทรัพย์ในประเทศกัมพูชาไม่สามารถจำหน่ายได้ในตลาดประเทศไทย
บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจในฐานะ “นายหน้าอสังหาริมทรัพย์” ซึ่งให้บริการลูกค้าเฉพาะภายในประเทศไทยเท่านั้น โดยยึดมั่นในหลักความซื่อสัตย์ โปร่งใส และถูกต้องตามกฎหมายมาโดยตลอด ขอความกรุณาและความเข้าใจจากทุกท่าน บริษัทฯ ขอยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมืออาชีพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจอย่างต่อเนื่อง
ด้าน STECON ขอยืนยันว่า การดำเนินธุรกิจของบริษัท เอช ที อาร์ จำกัด (อาคารซิโน-ไทย ทาวเวอร์) ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ดำเนินการโดยปกติวิสัยของธุรกิจให้เช่า ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความเป็นธรรม โปร่งใส และปฏิบัติตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ต่าง ๆ โดย ไม่เกี่ยวข้องกับการทุจริตและการคอร์รัปชันทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะทั้งทางตรงหรือทางอ้อม
นอกจากนี้ ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท พริ้นซิเพิล แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ PRINC Group ก็ได้ออกมาชี้แจ้งเช่นกันว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับ “Prince Group” ซึ่งอาจส่งผลให้สาธารณชนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนนั้น บริษัท พริ้นซิเพิล แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ PRINC Group ขอเรียนชี้แจงเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง ดังต่อไปนี้
บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจหลักด้านการดูแลสุขภาพ (Healthcare) โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเครือข่ายโรงพยาบาลและบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด
ทั้งนี้ บริษัทฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับ “Prince Group” รวมถึงประเด็นหรือกิจกรรมที่ปรากฏในข่าวดังกล่าว โดย PRINC Group สะกดโดย ไม่มีอักษร “E”
ปัจจุบัน PRINC Group มีเครือข่ายโรงพยาบาลเอกชนรวมทั้งสิ้น 17 แห่ง ใน 14 จังหวัด โดยเปิดให้บริการแล้ว 16 แห่ง และอยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 1 แห่ง ที่จังหวัดกำแพงเพชร
นอกจากนี้ บริษัทยังได้ขยายการลงทุนไปยังธุรกิจด้านสุขภาพที่เกี่ยวเนื่องอื่น ๆ โดยมีเป้าหมายในการเป็น ผู้นำด้านบริการสุขภาพแบบครบวงจร เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของสังคมและชุมชนอย่างต่อเนื่อง
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB